D’ora Nano Boosting Night Cream ฟื้นฟูผิวด้วยน้ำมันกุหลาบดามัสก์

เมื่ออายุย่างเข้าเลขสาม หน้าโต๊ะเครื่องแป้งที่เคยแน่นไปด้วยเครื่องสำอาง ก็มีสกินแคร์แบรนด์ต่าง ๆ เข้ามาแทนที่ จากที่เน้นเรื่องสีสันก็เริ่มมองหาสุขภาพผิวที่ดี นั่นเพราะผิวเริ่มมีริ้วรอย ขาดความชุ่มชื้นหรือที่เค้ามักเรียกกันว่าเกราะป้องกันผิวเสื่อม ซึ่งนอกจากอายุแล้วยังมีปัจจัยอื่นอย่าง ฤดูกาล ผลิตภัณฑ์ที่รุนแรงกับผิวและแสงแดด ซึ่งเป็นตัวการของการก่อสารอนุมูลอิสระ พอละ ยิ่งเขียนยิ่งดูน่ากลัว

ครั้งนี้เลยเอาอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์สำหรับผิวมาแนะนำ ลองศึกษาข้อมูลผลิตภัณฑ์ก่อนซื้อแล้วน่าสนใจมากเพราะมีสารสกัดจากน้ำมันกุหลาบดามัสก์ สายพันธุ์ที่ขึ้นชื่อว่าแพงที่สุดอย่างสายพันธุ์ Rosa damascena ซึ่งมีราคาสูงถึงลิตรละ 140,000 บาท จนได้รับสมญานามว่า Liquid Gold นอกจากนั้นคุณสมบัติก็น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการปรับสมดุล ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ อุดมด้วยวิตามินนานาชนิด  ป้องกันสิวและอาการอักเสบ และด้วยความที่ราคาสูงลิ่วนี่เอง จึงไม่ค่อยมีคนหยิบน้ำมันกุหลาบดามัสก์มาใช้เป็นส่วนผสม แต่มีในกล่องนี้ค่ะ D’ora Nano Boosting Night Cream 

จ๋าซื้อกล่องนี้มาจากไลน์แอด @dorabangkok ค่ะ เห็นภาพจากโฆษณาในอินสตาแกรม พอบอกว่ามีน้ำมันกุหลาบดามัสก์ ก็รีบพุ่งตัวไปซื้อเลย ซึ่งบนกล่องก็มีส่วนผสมบอกชัดเจน เปิดกล่องมาจะเจอ Gimmick เป็นข้อความว่า “Gals & Pals on my wall, who is the fairest one of all? Oh my! It’s me” แปลเป็นไทยได้ความหมายชิค ๆ ประมาณว่า “บนหน้าวอลล์โซเชียลนี้ ใครกันนะที่งามที่สุดในปฐพี? อ้อ ฉันเองนี่นา” น่ารักเวอร์

พอเปิดด้านในจะเจอกระปุกทรงกลมสีทอง น่าใช้มาก โต๊ะเครื่องแป้งดูหรูหราขึ้นมาทันทีทันใด

เรามาดูเนื้อครีมกันค่ะ เนื้อครีมเป็นโอรสอ่อน ๆ  เนื้อครีมเหลวไม่เหนียวเหนอะหนะ

คอนเซ็ปต์ของ D’ora Nano Boosting Night Cream คือ เป็นไนท์ครีมเพื่อผู้หญิงเอเซีย ออกแบบมาเพื่อทุกสภาพผิว ใช้ง่ายและสามารถใช้ร่วมกับสกินแคร์อื่นได้ตามต้องการ  เราลองแล้วพบว่า ครีมไม่ได้เหนียวเหนอะหนะเลย  ตอนแรกเห็น Ingredient มาเต็มนึกว่ามันจะเหนียวเหนอะหนะผิว  รอประมาณ 5 นาที ครีมก็ซึมซาบเข้าผิวรู้สึกสบาย ที่ชอบเป็นพิเศษคือ กลิ่นกุหลาบอ่อน ๆ ที่ติดกับผิวทำให้รู้สึกผ่อนคลายมาก เข้าไปดูในเพจของ D’ora ทางแบรนด์บอกว่า กลิ่นหอมเป็นกลิ่นจากสารสกัดที่เป็นสารออกฤทธิ์ ซึ่งดีต่อการนอนมาก ๆ เพราะตามการวิจัยแล้วน้ำมันกุหลาบช่วยบำบัดและทำให้ผ่อนคลายด้วยค่ะ

ลองทาบนหลังมือให้ดู จะเห็นได้เลยว่าผิวทางด้านขวาจะดูชุ่มชื้นอย่างเห็นได้ชัด ส่วนผิวด้านซ้ายจะเห็นว่า ผิวแห้งสุด ๆ เลย (เห็นภาพนี้แล้วขอให้คุณผู้อ่านหยิบ Handcream ขึ้นมาใช้เดี๋ยวนี้เลยนะคะ อย่าให้มือเหี่ยวแบบดิชั้นค่ะ)

มาต่อกันด้วยประโยชน์ของกุหลาบดามัสก์สายพันธุ์ Rosa damascena ใน D’ora Nano Boosting Night Cream  นอกจากน้ำมันกุหลาบหรือ Rose Essential Oil ที่ช่วยเรื่องการกระชับรูขุมขนแล้ว ยังมี Rose Placenta Stem Cell ที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้ดีกว่าวิตามิน A, Rose Extract ช่วยฟื้นฟูจากความเหนื่อยล้า และ Rose Hip Oil ช่วยทำให้ผิวกระจ่างใสและสุขภาพผิวที่ดีด้วยค่ะ

ตอนนี้จ๋าใช้มา 1 สัปดาห์แล้วค่ะที่รู้สึกได้ตอนเช้า คือ ผิวดูอิ่มน้ำและดูชุ่มชื่น แต่งหน้าง่าย เมคอัพติดผิวกว่าเดิม และถ่ายภาพก่อนใช้ไว้ด้วย  แต่เพื่อความชัดเจนของการเปลี่ยนแปลงของผิวควรใช้ต่อเนื่องกันอย่างต่ำ 15 วัน ซึ่งจ๋าจะแว๊ปมาอัพเดตอีกครั้งนะคะ  แต่อยากแนะนำให้ได้ลองใช้กันดูค่ะ เพราะทุกวันผิวของเราต้องเจอแสงแดด มลภาวะทางอากาศ ทำให้ผิวเริ่มแสดงสัญญาณแห่งวัยแตกต่างกันออกไป เราจึงต้องรับมือกับปัญหาเหล่านี้ให้ได้ ซึ่ง D’ora Nano Boosting Night Cream  สามารถเริ่มใช้ได้ในทุกวัย ช่วยฟื้นฟู พร้อมช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระจากมลภาวะในทุกวัน

สาว ๆ ที่อยากทดลองเนื้อสัมผัสหรือซื้อมาใช้เอง สามารถหาซื้อได้แล้ววันนี้ที่ไลน์แอด @dorabangkok ราคา 1,290 บาท (ปริมาณ 30 กรัม) จ๋าแอบติดตามที่เพจมา มีโปรโมชั่นดี ๆ เยอะมาก  สาว ๆ ห้ามพลาดนะคะ ส่งฟรีทุกรายการเลยแค่ลองใช้ก็คุ้มแล้วค่ะ

สามารถสอบถามข้อมูล โปรโมชั่นและกิจกรรมดี ๆ จากแบรนด์ D’ora Bangkok ได้ที่
Facebook Page: D’ora Bangkok 
Instagram: D’ora Bangkok 
Line: http://line.me/ti/p/@dorabangkok
Contact : 02 026 3226