ดูแลผิวให้เรียบเนียนตลอดคืนด้วย Optima Hyaluronic Night Cream

Optima-Hyaluronic-night-Cream

เมื่ออายุย่างเข้าเลขสาม หน้าโต๊ะเครื่องแป้งที่เคยแน่นไปด้วยเครื่องสำอาง ก็มีสกินแคร์แบรนด์ต่าง ๆ เข้ามาแทนที่ จากที่เน้นเรื่องสีสันก็เริ่มมองหาสุขภาพผิวที่ดี ครั้งนี้เลยเอาอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์สำหรับผิวมาแนะนำ ลองศึกษาข้อมูลผลิตภัณฑ์ก่อนซื้อแล้วน่าสนใจมากเพราะมีสารสกัดจากน้ำมันกุหลาบดามัสก์ สายพันธุ์ที่ขึ้นชื่อว่าแพงที่สุดอย่างสายพันธุ์ Rosa damascena ซึ่งมีราคาสูงถึงลิตรละ 140,000 บาท จนได้รับสมญานามว่า Liquid Gold

นอกจากนั้นคุณสมบัติก็น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการปรับสมดุล ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ อุดมด้วยวิตามินนานาชนิด  ป้องกันสิวและอาการอักเสบ และด้วยความที่ราคาสูงลิ่วนี่เอง จึงไม่ค่อยมีคนหยิบน้ำมันกุหลาบดามัสก์มาใช้เป็นส่วนผสม แต่มีในกล่องนี้ค่ะ D’ora Optima Hyaluronic Night Cream

พอเปิดด้านในจะเจอกระปุกสีโรสโกลด์ น่าใช้มาก โต๊ะเครื่องแป้งดูหรูหราขึ้นมาทันทีทันใด

เรามาดูเนื้อครีมกันค่ะ เนื้อครีมเป็นโอรสอ่อน ๆ  เนื้อครีมเหลวไม่เหนียวเหนอะหนะ

มาต่อกันด้วยประโยชน์ของกุหลาบดามัสก์สายพันธุ์ Rosa damascena ใน D’ora Nano Boosting Night Cream  นอกจากน้ำมันกุหลาบหรือ Rose Essential Oil ที่ช่วยเรื่องการกระชับรูขุมขนแล้ว ยังมี Rose Placenta Stem Cell ที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้ดีกว่าวิตามิน A, Rose Extract ช่วยฟื้นฟูจากความเหนื่อยล้า และ Rose Hip Oil ช่วยทำให้ผิวกระจ่างใสและสุขภาพผิวที่ดีด้วยค่ะ

หลังใช้มา 1 เดือน ผิวดูอิ่มน้ำและดูชุ่มชื่น แต่งหน้าง่าย เมคอัพติดผิวกว่าเดิม อยากแนะนำให้ได้ลองใช้กันดูค่ะ เพราะทุกวันผิวของเราต้องเจอแสงแดด มลภาวะทางอากาศ ทำให้ผิวเริ่มแสดงสัญญาณแห่งวัยแตกต่างกันออกไป เราจึงต้องรับมือกับปัญหาเหล่านี้ให้ได้ ซึ่ง Optima Hyaluronic Night Cream  สามารถเริ่มใช้ได้ในทุกวัย ช่วยฟื้นฟู พร้อมช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระจากมลภาวะในทุกวันค่ะ

Optima Hyaluronic Night Cream
ขนาด 15 ml  ราคา 1,290 บาท
www.dorabangkok.com