1 ร้านกับสามเรา…อาหารมื้อแรกที่จางเจียเจี้ย

มาทั้งที่…มื้อแรกที่คิดไว้ คือ น่าจะได้กินข้าวจิบชาท่ามกลางเมืองแห่งขุนเขา แต่เปล่าเลยค่ะ อย่างที่เล่าไปก่อนหน้านี้ เราไปถึงโฮสเทลในจางเจียเจี้ยก็ 5 ทุ่มกว่าแล้วใจนึงก็อยากอาบน้ำนอนให้จบ ๆ แต่อากาศหนาวมาก เหนือสิ่งอื่นใด พวกเราหิวค่ะ เราลงมติกันว่า “ไปเถอะ ไปสนองร่างกายของเราสักหน่อย”

เราถามเจ้าของร้านโฮสเทลว่าแถวนี้ยังพอมีอะไรบ้างมั้ย เค้าแนะนำให้เราลองดูร้านริมถนน เราเดินไปเดินมา เจอร้านเปิดอยู่ร้านเดียว ขณะเรายืนคุยกันบนฟุตบาธหน้าร้านว่าจะเอาไงดี พี่สาวที่อยู่ในร้านนั้นก็เดินพุ่งตรงมาหาพวกเราพร้อมเมนู รัวภาษาจีนไฟแล่บ เอาหน่าดึกป่านนี้แล้วคงไม่มีใครเปิด กินให้จบจบ

ภารกิจกินให้จบจบของเราจึงเริ่ม ณ บัดนี้ พวกเราสั่งสิ่งที่เป็นหม้อไฟเครื่องใน อิมไม่ถนัดศัพท์พวกเครื่องในเลย ชี้พุงบ้าง ชี้หัวใจบ้าง ส่วนอิมเลือกเมนูทานง่ายอย่างปลามากินคู่

เราเห็นจานช้อนวางอยู่ก็รีบแกะเลย อิมเลยบอกว่า เค้ามีตรงนั้นให้ฟรีนะ แต่อันนี้ถ้าแกะใช้ต้องจ่าย 1 หยวน อ่าว~~ นี่ยังไม่ได้กินอะไรเลย เสียตังไป 5 บาทละอิมอธิบายเพิ่มว่าเป็นเรื่องปกติที่จะมีชุดจานที่เราต้องจ่ายเพิ่มในร้านอาหาร

นั่งสักพักกลิ่นก็โชยมาตามสายลม หอมมากแม่!

ไม่นานนักเมนูแรกก็มาค่ะ ไม่ได้มาแบบหม้อต้มแซ่บนะคะ มาเป็นกระทะเลยจ้า แล้วกินกันแค่สามคนอะ จะหมดมั้ย?

เป็นมันฝรั่งผัดกับเครื่องใน มีกระเทียม มะเขือเทศ หอมพริกผัด อร่อยจุกๆ กระเทียมสุกละมุนลิ้นมาก มีช่วงนึงที่เหมือนไร้สติเลย จ้วงเอาแต่กระเทียมมากินกับข้าว ลืมเครื่องในใดๆไปเลยจ้า

และเมนูที่สองคือ เมนูปลาที่อิมเลือก เมนูนี้รสชาติเกินเบอร์มาก อร่อยจนต้องห่อกลับ

เรากินแปปเดียวก็อิ่ม เหลือปลาที่เราห่อกลับได้ แต่เครื่องในนี่สิ พรุ่งนี้เช้าต้องมีกลิ่นแน่เลย เราจึงยังเร้าหรือกับเมนูกระทะ ด้วยความคนไทยอะเนอะก็เกรงใจ เลยถามไป

พี่คะ ร้านปิดกี่โมง
ตีสอง

ตอนนั้นก็ตี 1 นิด ๆ เหลือตั้งอีกหนึ่งชั่วโมง มองหน้ากันส่งสัญญาณ ก็พอมีเวลาอยู่นะ พยายามกินต่อให้หมด

แต่สุดท้ายก็แบบ พอละ เลิกๆ จ่ายเงินขอบคุณพี่เค้า เดินออกร้านตอนตี 1 กับอีก 20 นาที เดินยังไม่ถึง 5 ก้าว เค้าปิดประตูร้านดังคลืน!! อ้าว ไหนว่าปิดตีสองไง เกรงใจนะเนี่ย555+

คืนนั้นสมองได้พักก็ตี 2 ครึ่ง ส่วนกระเพาะน่าจะไม่ได้พักค่ะ 😉