เมื่อฉันและเพื่อน…ทำตัวเองหายที่ฉางซา

รอบนี้ได้มีโอกาสบินลัดฟ้าไปฉางซาเพื่อไปร่วมงานแต่งงานของเพื่อนสมัยมัธยม ไปทั้งที่พูดจีนไม่ได้ แต่เราก็ไม่หวั่น เลยเอาตัวเองไปอยู่ตรงนั้นเพื่อร่วมแสดงความยินดี “ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่นั้น เพื่อนคนนี้ก็มีแต่ความรักและความหวังดีให้เสมอ และยิ่งวันสำคัญแบบนี้ เราเห็นเพื่อนมีความสุข…เราก็มีความสุขเช่นกัน” เป็นสิ่งที่อยากจะบอกกับเพื่อน และรู้ดีว่าสารส่งถึงผู้รับ แม้จะไม่ได้เอ่ยคำใดๆ ออกไป 🙂

สำหรับตอนนี้เราคงต้องเตรียมตัวเย็บตุ๊กตาและรอฟังข่าวดีแล้วล่ะ 😉


•————————————•
Let’s start the journey.
Where : Changsha
When : 14 April 2019

หลังจากพิธีจบรอยยิ้มและความสุขยังอบอวลไปทั่วพื้นที่ เรากับต้า(เพื่อนที่ไปด้วยกัน)เตรียมตัวขึ้น Mini Bus เพื่อไปสนามบิน ซึ่งตอนนี้อิมหนึ่งในทัวร์กรุ๊ปเล็กของเรา ผู้ที่สามารถพูดภาษาจีนได้ บินตามเรามาและรอเราอยู่ที่นั่นค่ะ

พอขึ้นรถบัสได้เราก็หลับ ต้าก็หลับ ผ่านไปเกือบ 40 นาที เราตื่นมาเจอสีหน้าต้าหวั่น ๆ และบอกว่า
“เค้าพาเรามาอีกที ไม่รู้ที่ไหน”
“ไม่ใช่มั้ง เราจำได้ อุโมงค์นี้เมื่อวานเราก็ผ่านมา เราคุ้นๆอะ”

จ้า คุ้นมากจ้า สรุป ไม่ใช่สนามบินค่ะ นี่สงสัยตัวเองอยู่ว่าเอาอะไรมาคุ้นวะ  รถพาเรามาลงที่ Changsha South Railway Station และอิมอยู่ที่สนามบิน!!  ที่ดูเป็นเรื่องใหญ่ก็เพราะแผนเดิมคือ เราจะเดินทางจากสนามบินไปสถานีรถไฟเพื่อเดินทางไปจางเจียเจี้ย แต่ตอนนี้คือผิดแผนแล้ว ถ้าจะยังคงแพลนเดิม เรากับต้าต้องเดินทางผ่าน Maglev Train (Medium-low speed maglev train) เพื่อไปสนามบินก่อน ซึ่งห่างกันแค่ 2 สถานีเอง แต่ปัญหาอยู่ที่สองคนนี้อ่านอะไรไม่ออกเลยจ้าแม่จ๋า

ก็เลยคุยกันผ่านไลน์ว่า “เอางี้ ให้อิมมาหาเราที่นี่” อิมบอกว่า ตรงนั้นเค้าก็น่าจะขายตั๋วรถไฟให้เราได้นะ เรากับต้าเลยไปดูก่อนดีกว่าว่าขายช่องไหน  เลยพยายามหาภาษาอังกฤษอ่านเพื่อหาช่องขายตั๋ว และสุดท้ายคนเก่งอย่างเราก็เจอช่องเจอ มีช่องเยอะแยะไปหมดเลย แต่ก็อ่านไม่ออก ไม่รู้ช่องไหน

นั่งจุ่มปุ๊กกันสองคน อ้างว้างมาก อยากต่อแถวแต่ก็ไม่รู้จะซื้อตั๋วไปไหน สุดท้ายก็ต้องรอให้อิมมาหา ที่นี่ทั้งใหญ่ทั้งกว้าง หนาวก็หนาว อ้างว้างก็อ้างว้าง นั่งดูแฟชั่นสาวฉางซาไป ดูถุงน่อง ดูขา ดูป้าด่าลุง ดูลุงแซงคิวป้า

เลยย้ายไปยืนอยู่ที่กว้าง ๆ นับถอยหลังรออิมหาพวกเราเจอ โดยมีคำใบ้ว่าตู้ Police

 มารู้ทีหลังว่ามีตู้ Police เกลื่อนสถานีเลยล่ะค่ะ

แต่ในที่สุดอิมก็หาเราเจอค่ะ

เจออิมแล้ว ขอกอดหน่อยยยย 🙂 

อิมบอกว่า เดินไปทางไหนก็เจอตู้ Police  ฮ่าๆๆ หลังจากเจอกันพวกเรายังต้องวุ่นกับการซื้อตั๋ว เพราะซื้อตั๋วที่นี่ได้ แต่ต้องไปขึ้นสถานีรถไฟอีกที่ ซึ่งมีเวลาแค่ 45 นาทีเท่านั้น  พี่คนขายเห็นเราลังเลเลยบอกว่า “ถ้าเธอจะซื้อ ฉันขายให้ก็ได้นะ แต่ทันไม่ทันไม่รู้นะ”  อ้าว! ไม่ได้สิคุณพี่!! เราเลยไม่เสี่ยงดีกว่า

ระหว่างนั้นต้านึกขึ้นได้ว่ามันสามารถเดินทางไปจางเจียเจี้ยด้วยรถบัสได้นะ เราจึงตัดสินใจนั่งรถไฟฟ้าใต้ดินไปอีก 17 สถานีเพื่อไปซื้อตั๋วรถบัสค่ะ

ได้ขึ้นแล้ว ยืนไปค่ะ 17 สถานี

หลังออกจากสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน
พวกเราวิ่ง 4×100 ไปที่ตู้ขายตั๋ว
ซึ่งแน่นอนว่า “ทัน”
เหลือเวลาอีก 20 นาที
สำหรับหาอะไรทาน
…ช่างเป็นวันที่วุ่นวายเหลือเกิน

ปล. ถ่ายจากกระจกรถบัส

ใช้เวลาเดินทาง 4 ชั่วโมงกว่าๆ
เราแยกกันนั่งคนละเบาะ
สร้างอาณาเขตสำหรับพักผ่อนชั่วคราว
ท่ามกลางไฟเขียว ๆ ทึม ๆ บนรถบัส
บวกเสียงรถคลอไปกับเสียงเพลงในมือถือ
ชวนให้ต่างคนต่างแยกย้ายกันงีบ

อีก 4 ชั่วโมงเจอกันนะ…จางเจียเจี้ย

ในที่สุดเราก็มาถึง MINI Inn ที่พักในจางเจียเจี้ย บรรยากาศอบอุ่น เจ้าของก็ใจดี สำหรับวันนี้พอแค่นี้ก่อน ฝากเนื้อฝากตัวไว้กับ MINI Inn ด้วยนะคะ